โรคอัลไซเมอร์กลายพันธุ์เป็นได้ตั้งแต่วัยรุ่น
Connect with us

อาหารและสุขภาพ

โรคอัลไซเมอร์กลายพันธุ์เป็นได้ตั้งแต่วัยรุ่น !

โรคอัลไซเมอร์กลายพันธุ์เป็นได้ตั้งแต่วัยรุ่น !

สมองจะมีหน้าที่ในการควบคุมการสั่งการต่าง ๆ ของร่างกายไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม, การเคลื่อนไหว, ภาวะธำรงดุล (Homeostasis) อย่างเช่น การกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ปรับสมดุลของเหลวในร่างกาย การปรับอุณหภูมิ หรือแม้แต่การควบคุมความดันโลหิตภายในร่างกาย นอกจากนี้สมองยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ (Cognition) การจดจำ การเรียนรู้การเคลื่อนไหว (Motor Learning) อารมณ์ และความสามารถในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ต่าง ๆ  และสมองเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา แม้แต่เวลาที่เราหลับ สมองก็ยังคงทำงาน

การศึกษาปี 2013 จากมหาวิทยาลัย Rochester Medical Center ค้นพบว่าระบบกำจัดของเสียในสมองถูกเปิดใช้งานระหว่างการนอนหลับ เพื่อล้างขยะที่เป็นพิษซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นกับสมอง มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์สำหรับเรื่องนี้คือ ตามศาสตร์แห่งการนอนหลับน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังจะสูบผ่านสมองได้เร็วขึ้นในขณะที่คุณหลับใหล ทำให้สามารถล้างเศษโมเลกุลที่สามารถนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมได้

จากการที่แอดมินได้รวบรวมข้อมูล ก็ได้พบว่าข้อมูลที่น่าประหลาดใจกับตัวเลขผู้ป่วยเกี่ยวกับสมองเป็นอย่างมาก เนื่องจาก กระทรวงสาธารณสุข เผยปี 2558 มีคนไทยจำนวนมากที่ผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์สูงกว่า 600,000 คน และคาดว่าจำนวนจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.1 ล้านคนในปี 2573 และที่น่าเป็นห่วงคือ โดยปกติโรคอัลไซเมอร์มักเกิดกับผู้สูงอายุหรืออายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป แต่ในปัจจุบันกลับพบว่ามีผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ 5% ที่ เริ่มมีอาการตั้งแต่ อายุก่อน 65 ปี และบางครั้งเริ่มมีอาการตั้งแต่ช่วงอายุ 30 , 40 หรือ 50 ปี นั้นหมายความว่า อายุเข้าเลข 3 ก็เสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ แล้ว

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเว็บไซต์ดังจากเกาะอังกฤษ อย่าง https://metro.co.uk ได้เผยแพร่บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตของชายวัย 30 ปี ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ เป็นหลักฐานชี้ชัดว่า อัลไซเมอร์ไม่ใช่โรคคนแก่อีกต่อไป และเริ่มขยับเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น

สรุปเนื้อหาโดยย่อของบทความคุณพ่อยังหนุ่มวัยเพียง 30 ผู้นี้เคยเป็นถึงวิศวกรในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ต้องถูกพักงานและถูกไล่ออกจากงาน เนื่องจากเค้ามีอาการหลงลืมมากจนไม่สามารถทำงานได้ สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ของเขานั้นถูกถ่ายทอดมาจากพ่อของเขาที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 1999 และที่เขาเป็นโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่อายุยังน้อยก็เนื่องมาจากการกลายพันธุ์ของยีน PSEN1 พ่อของเขาก็เสียชีวิตหลังจากเป็นโรคอัลไซเมอร์ขณะที่อายุเพียง 36 ปี เรื่องที่น่าเศร้าที่สุดของชายคนนี้คือ เค้ามีลูกแฝดชายหญิงที่กำลังน่ารักและมีภรรยาที่สุดแสนวิเศษ จุดที่น่าเศร้านั้นคือ “เค้ากำลังจะเสียความทรงจำของคนที่เค้ารักมากที่สุดไป”

แหล่งที่มา https://metro.co.uk/2018/01/12/dad-two-30-becomes-one-uks-youngest-alzheimers-sufferers-7224798/?ito=social.t26

 

เขากล่าวว่า “มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ แต่เราก็จะใช้ชีวิตให้เต็มที่ในทุกๆ วัน
และการเก็บประสบการณ์นี้จะช่วยให้ลูกของเขาโตขึ้นและได้รู้ว่าพ่อของเขาเป็นอย่างไร”

สิ่งที่น่าสนใจและเรากำลังจะบอกนั้นก็คือ ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ที่อายุน้อยส่วนมากเกิดกรรมพันธุ์ หากพ่อหรือแม่แท้ๆของเป็นโรคอัลไซเมอร์ตอนที่อายุน้อย จะทำให้คุณมีโอกาส 50% ที่จะได้รับยีนบางอย่างที่ก่อให้เกิดโรคและมีโอกาสสูงมากในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่อายุน้อย

 

จากข้อมูลและข่าวที่สะเทือนใจนี้เราทุกคนคงไม่อยากให้เกิดจากกับคนในครอบครัวหรือคนที่เรารัก ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการหรือยาที่จะรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ การใช้ยาจะช่วยในการคงความสามารถด้านสติปัญญาและควบคุมพฤติกรรมบางอย่างได้ตั้งแต่ 2-3 เดือนจนถึง 2-3 ปี ดังนั้นเราควรจะดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ และเรามีวิธีดูแลสุขภาพและสมองมาแนะนำ ดังนี้

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ควรเน้นบริโภคผัก ผลไม้ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี น้ำมันมะกอก ถั่ว ผักใบเขียวเข้ม เป็นต้น ทั้งนี้เมื่อทำการศึกษาผู้สูงอายุประมาณ 1,000 คน พบว่าผู้สูงอายุที่ใส่ใจในการเลือกทานอาหารในระดับปานกลางและสูง จะมีโอกาสที่เป็น อัลไซเมอร์ความจำเสื่อม ลดลงถึง 35% และ 53% ตามลำดับ
  • เลือกบริโภคที่สดสะอาดมีคุณภาพ อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่เรียกกันว่า “Super Foods” อาหารจำนวกนี้มีหลายชนิด อาทิ Collard Green หรือผักจำพวกกะหล่ำ Watercress หรือสลัดน้ำ Spinach หรือผักโขม และ Black Garlic หรือกระเทียมดำเพื่อชะลอการเสื่อมของระบบประสาทของสมองและร่างกาย

Black Garlic หรือกระเทียมดำ คือการนำกระเทียมมาหมักบ่มในอุณหภูมิที่เหมาะสมเป็นระยะเวลาหนึ่ง จนเนื้อกระเทียมเป็นสีดำ กระเทียมดำนั้นมีคุณค่าของสารอาหารมากกว่ากระเทียมธรรมถึง 13 เท่า และยังมี สารต้านอนุมูลอิสระสูง เพิ่มภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงไขมันอุดตันเส้นเลือด ได้อีกด้วย ข้อดีของกระเทียมดำคือสามารถทานได้ทันที หรือจะนำไปปรุงอาหารก็ได้ เป็นอาหารดูแลสุขภาพที่ทานได้ง่ายและเสริมสร้างร่างกายได้ดี เพียงทานวันละ 1 หัวก็ได้สารอาหารที่มีคุณค่า จากบทความด้านสุขภาพระบุว่าการทานอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดการเสื่อมสภาพของร่างกาย ผลการตรวจร่างกายจากผู้ที่ทานกระเทียมดำระบุอีกด้วยว่าผลการตรวจร่างกายดีขึ้นหลังทานกระเทียมดำต่อเนื่องมามากกว่า 6 เดือน

  1. ควรบริหารสมอง ฝึกใช้สมองอยู่เสมอ

เช่น การอ่าน การเขียน เล่นเครื่องดนตรี วาดภาพ ว่ายน้ำ การเดินไว หรือพยายามคำนวนค่าใช้จ่ายภายในวันด้วยสมองแทนการใช้เครื่องคิดเลข

  1. พบปะพูดคุยกับผู้คนบ้าง

จากการศึกษาในวารสารประสาทวิทยา, ประสาทศัลยศาสตร์และจิตเวชศาสตร์ นักวิจัยพบว่าความเหงาทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวเพิ่มโอกาสที่โรคสมองเสื่อมจะพัฒนาถึง 1.63 เท่า กิจกรรมแนะนำ เช่น กีฬากลุ่มอย่างเล่นโบว์ลิ่ง ช่วยเปิดโลกกว้าง และยังมีการค้นพบว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็น อัลไซเมอร์ และภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ได้

  1. งดสารเสพติดทุกชนิด หรือการทานยาโดยไม่จำเป็น

เรื่องนี้ตรงตัว สารเสพติดย่อมส่งผลร้านต่อร่างกาย แม้แต่ยาบางตัวก็ไม่ควรใช้อย่างตื่อเนื่องหรือทานยาโดยไม่จำเป็น ควรทานยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น 

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายช่วยระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดี เริ่มตั้แต่ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเล่น รำมวยจีน เต้นแอโรบิค ว่ายน้ำ เนื่องจากจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น เลือดไปเลี้ยงสมองเพิ่มขึ้น เพิ่มความสามารถในการเผาผลาญออกซิเจนให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้ถึง 60%

  1. นอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ

เราควรนอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6-8 ชม./วัน เพราะการนอนไม่พออาจทำให้คุณเซื่องซึม โมโหง่าย และมีสมาธิน้อยลง ผลการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Neurobiology of Aging แสดงให้เห็นว่า ปัญหาการนอนหลับนั้นเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ การอดนอนเรื้อรังทำให้เกิดความเครียดกับร่างกายและสมอง จนสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้

  1. มอบความรัก และความเอาใจใส่แก่ผู้ป่วย

ถ้าคนที่คุณรักหรือคนในครอบครัวเป็นผู้ป่วยโรคนี้ สิ่งที่สำคัญคือ การดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทั้งตัวโรคและตัวผู้ป่วย การมอบความรัก ไม่ถือโทษหรือข่มขู่ ให้ความดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ร่วมมือกับแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดูแลเรื่องอาหาร ออกกำลังกาย กระตุ้นให้ผู้ป่วยดูแลตนเองให้ได้มากที่สุด เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนของโรคอัลไซเมอร์ เช่น การสำลักอาหาร อุบัติเหตุ เป็นต้น

จากข้อความที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้แอดมินอยากให้ทุกคนโดยเฉพาะวัยรุ่นตระหนัก ไม่ปล่อยปะละเลย เพราะบางทีเรามองว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวแต่สักวันอาจจะเป็นเรื่องใกล้ตัวคุณก็เป็นได้ โรคร้ายทุกวันนี้นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนถึงขั้นกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ยากที่มนุษย์ธรรมดาอย่างเราจะควบคุม แต่ที่สิ่งเราควบคุมได้แน่ๆคือตัวของเราเอง เราควรดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ไม่ได้ทำเพราะต้องการจะอวดหุ่นสวยๆให้ใครดู แต่เราทำเพื่อสุขภาพของตัวเราเอง เพื่อที่เราจะได้มีชีวิตที่ยืนยาวดูแลคนที่เรารักไปนานๆ

ขอขอบคุณสาระและความรู้ดีๆจาก PAGE และ website BENEGA THAILAND ด้วยนะคะ

 

 

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Advertisement

Must See

More in อาหารและสุขภาพ